แนวคิดและมุมมอง7: เกิดมาเพื่อเรียนรู้

โพสต์30 ก.ย. 2553 17:49โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 30 ก.ย. 2553 18:01 ]
คนเราเกิดมาเพื่อ"รู้"นั้นเอง ที่ยังต้องเกิดเพราะยัง"ไม่รู้"

ถามต่อไปอีกว่า "รู้" อะไรล่ะ 

คนเราในหนึ่งชีวิตคงไม่สามารถรู้อะไรไปได้ทั้งหมด จักรวาลนี้กว้างใหญ่นัก บางครั้งเราเรียนเรารู้ แต่เราก็ลืม บางครั้งหาแก่นสารของการรู้ไม่ได้เลย มันมากมาย เกินที่เราจะศึกษาได้หมด เรียนแล้วก็ลืมได้ มันก็ไม่เที่ยงแบบนี้ล่ะ

ฉะนั้นในเวลาหนึ่งชีวิตที่น้อยนิด เราจำเป็นจะต้องเลือกสิ่งที่ควรเรียนสิ่งที่ควรรู้ 
สิ่งนั้นคือธรรมมะในพุทธศาสนานี้เท่านั้น 

คนเราเกิดมาเพื่อ"รู้"นั้นเอง ที่ยังต้องเกิดเพราะยัง"ไม่รู้"

เพราะอวิชชา(ความไม่รู้)  เป็นปัจจัย จึงมีสังขาร
เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ
เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป
เพราะนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ
เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ
เพราะผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา
เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา
เพราะตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน
เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ
เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ
เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส
เป็นอันว่ากองทุกข์ทั้งมวลนั่นย่อมเกิด ด้วยประการฉะนี้
ชีวิตนี้ คืออะไรกัน? ฉันคิดว่า
เป็นความบ้า ของธรรมชาติ ประหลาดขัน
ปรุงแต่งธาตุ แห่งกายใจ ไหลเป็นควัน
เป็นธาตุความ อร่อยชั้น สัณชาตญาณ

ชีวิตนี้ มีทำไมกัน? ฉันเห็นว่า
เพื่อความบ้า ถึงที่สุด สิ้นสงสาร
สงบกาย ใจเย็น เป็นนิพพาน
อวสาน แห่งความไหล ไม่มีควัน

ชีวิตนี้ ทำอย่างไรกัน? ฉันถือว่า
ต้องหยุดบ้า ในอร่อย คอยผ่อนผัน
ตามองค์มรรค แปดประการ ประสานกัน
ทุกคืนวัน ให้ถูกต้อง ครองสัมมา ฯ

( พุทธทาส อินทปัญโญ )
Ċ
สันติ จันทโชติ,
30 ก.ย. 2553 18:01
Comments