การตรวจปัสสาวะทั่วไป

โพสต์7 ก.พ. 2557 00:27โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 7 ก.พ. 2557 05:18 ]
วัตถุประสงค์
    1.เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการอ่านรายงานผลการตรวจปัสสาวะด้วยตนเอง

ประโยชน์ของการตรวจปัสสาวะ
      ช่วยวินิจฉัยโรคเบื้องต้น บอกความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะและไต 




การตรวจทางกายภาพ

 คุณสมบัติ  ค่าปกติ  คำอธิบาย
 สี (Color)  สีเหลืองอำพัน ปัสสาวะปกติควรมีสีเหลืองอำพัน แต่จะมีความอ่อน – แก่ของสีแตกต่างกันได้ตามความเข้มข้นของปัสสาวะ
หากปัสสาวะที่ถ่ายออกมามีสีอื่น เช่น แดง น้ำตาล ฯลฯ อาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ อาหาร ยา สารสีต่าง ๆ
หรือผลิตผลจากระบบเผาผลาญของร่างกาย การดูสีปัสสาวะจึงเป็นเครื่องบ่งชี้ข้อแรกสำหรับโรคไต และภาวะผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหาร
 
 ความขุ่น (Turbidity)  ใส ปัสสาวะที่ถ่ายใหม่ ๆ ปกติแล้วมักจะใส อาจขุ่นได้เมื่อตั้งทิ้งไว้หรือเก็บในตู้เย็น
การรายงานความขุ่นนิยมรายงานเป็นใส ขุ่นเล็กน้อย หรือขุ่น ตั้งแต่น้อย (1+) ไปถึงขุ่นมาก (4+)
ความขุ่นของปัสสาวะที่เกิดจากความผิดปกติ อาจเกิดจากเม็ดเลือดขาว แบคทีเรีย ไขมัน เป็นจำนวนมาก
 ความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity)  1.005 - 1.030 เป็นการวัดความสามารถของไตในการควบคุม ความเข้มข้นและส่วนประกอบของของเหลวในร่างกายให้คงที่
อาจเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่ดื่มเข้าไป อุณหภูมิและการออกกำลังกาย

ถ้าค่ามากมักแปลว่าปัสสาวะข้นหรือมีการขาดน้ำ แต่ถ้าค่าน้อยก็อาจแปลว่าน้ำเกิน หรือกินน้ำมาก หรือไตวายทำให้เก็บเกลือแร่ไม่ได้ก็ได้ (แปลได้หลายอย่าง)

การตรวจทางเคมี

 คุณสมบัติ  ค่าปกติ  คำอธิบาย
 ความเป็นกรด-ด่าง (pH)  5-8 บอกความสามารถของไตในการควบคุมสมดุลกรด – ด่างของร่างกาย เปลี่ยนแปลง ไปตามกระบวนการเผาผลาญอาหาร ชนิดของอาหาร โรคและการใช้ยา 
  • ปัสสาวะเป็นกรด พบในภาวะ  อดอาหาร รับประทานโปรตีนมากไป การติดเชื้อ 
    ยาบางชนิดหากค่า pH น้อยกว่า 4 แสดงว่าปัสสาวะเป็นกรดมาก 
  • ปัสสาวะเป็นด่าง พบในภาวะกินเจ
    ยาบางชนิด หากค่า pH มากกว่า แสดงว่าปัสสาวะเป็นด่างมาก
 โปรตีนในปัสสาวะ  ไม่มีหรือมีเล็กน้อย พบโปรตีนมากในบุคคลที่มีไข้สูง โรคหัวใจวาย โรคที่มีพยาธิสภาพภายในไต ไตอักเสบเรื้อรังและเฉียบพลัน กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ ในบุคคลที่ทำงานในสถานประกอบกิจการที่สัมผัสสารโลหะหนักบางชนิด เช่น ปรอท แคดเมียม มีฤทธิ์ในการทำลายเนื้อไต มีผลทำให้โปรตีนออกมาในปัสสาวะจำนวนมาก

ในคนปกติอาจพบว่ามีโปรตีนออกมาในปัสสาวะได้จากการนั่งหรือยืนนาน ๆ การออกกำลังกายหักโหม การตั้งครรภ์ระยะท้าย ๆ เครียด หรือมีไข้ เป็นต้น  การรายงานผลจะรายงานเป็น Trace, 1+ , 2+ , 3+ และ 4+ หมายถึง พบโปรตีนในปริมาณน้อย ๆ ไปจนถึงปริมาณมากตามลำดับ 
 น้ำตาลในปัสสาวะ
 
 ไม่มี (Negative) การตรวจพบว่ามีน้ำตาลกลูโคสออกมาใน ปัสสาวะอาจมีสาเหตุมาจากโรคไต การตั้งครรภ์ ได้รับสารพิษหรือมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง การรายงานผลจะรายงานเป็น Trace, 1+ , 2+ , 3+ และ 4+ หมายถึง พบน้้ำตาลในปริมาณน้อย ๆ ไปจนถึงปริมาณมากตามลำดับ 

การตรวจพบกลูโคสในปัสสาวะจะสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคเบาหวาน ควรจะงดอาหารไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
แล้วเจาะเลือด ดูน้ำตาลในเลือดเพื่อยืนยันโรคเบาหวานต่อไป
 

ถ้าตรวจพบกลูโคสในปัสสาวะ ในขณะที่ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ อาจเกิดจากหลอดเลือดฝอยในไตมีความสามารถในการดูดซึมกลูโคสกลับได้น้อยกว่า ปกติ กรณีที่พบกลูโคสในปัสสาวะได้ เช่น หลังรับประทานอาหารหนัก หรือ เกิดความกดดันทางอารมณ์
 เลือด (Blood) ไม่มี (Negative)การพบเลือดแสดงว่ามีเลือดออกในทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่ว เนื้องอก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
 ไนไตรท์(Nitrite)  ไม่มี (Negative)ตรวจเพื่อใช้เป็นเครื่องบ่งชี้การอักเสบของทางเดินปัสสาวะเนื่องจาก แบคทีเรีย
ดังนั้นจึงควรทำการตรวจภายใน 1 ชั่วโมง หลังเก็บปัสสาวะ 
 เม็ดเลือดขาว (Leukocytes) ไม่มี (Negative) การพบเม็ดเลือดขาวแสดงว่ามีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กรวยไตอักเสบ

การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

 คุณสมบัติ  ค่าปกติ  คำอธิบาย
 ตะกอนในปัสสาวะ   เพื่อช่วยบ่งชี้ให้แน่ชัดถึงภาวะที่ผิดปกติหรือโรคที่สงสัย ในบางครั้งการตรวจทางกายภาพและเคมีอาจไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อตรวจตะกอนก็อาจจะพบสิ่งผิดปกติได้ ซึ่งสามารถช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่สามารถพบได้ในตะกอนปัสสาวะ เช่น เซลล์ต่าง ๆ เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง แบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิ ผลึกต่าง ๆ แท่งโปรตีน เป็นต้น

Comments