ชีวิตกับแก้วน้ำ - วันนี้คือเวลาแห่งความสุข

โพสต์8 ก.พ. 2556 09:33โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 7 ก.พ. 2557 11:39 ]

“แก้วน้ำ” กลายเป็นอะไรได้มั่ง?  
    
    เคยฟัง “จิตร์ ตัณฑเสถียร” มือเก๋าของแวดวงโฆษณา พูดเปรียบเทียบเรื่อง “การยึดมั่นถือมั่น” ได้ดีมากๆ

เขายกตัวอย่างเรื่อง “แก้ว” ...
  • แก้วที่ว่างเปล่านั้น เมื่อใส่น้ำ มันก็เป็น “แก้วน้ำ” แต่...ถ้าเราเอาดอกไม้ปักลงไป มันก็จะเป็น “แจกัน”  และ
  • ถ้าแก้วใบนั้นใหญ่หน่อย เราเติมน้ำ และใส่ “ปลา” ลงไป “แก้วน้ำ” ก็จะกลายเป็น “ตู้ปลา”
  • และหากเราคว่ำ “แก้วน้ำ” เอาดินสอขีดรอบ แก้ว “แก้วน้ำ” จะกลายเป็น “วงเวียน”
“จิตร์” บอกว่า "คนเราอย่ายึดมั่นถือมั่น! อย่าคิดว่า “แก้วน้ำ” ต้องเป็น “แก้วน้ำ” ตลอดไป

    ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง มันแปรเปลี่ยนตาม “ตัวแปร” ต่างๆ เรานำไปใช้งานอย่างไรมันก็เป็นเช่นนั้น

    “ชีวิต” ก็เช่นกัน.... เหมือนนักเรียนมัธยมส่วนใหญ่ ที่เชื่อ & ยึดมั่นถือมั่นไปเองว่า...การสอบเข้า มหาวิทยาลัยคือทั้งหมดของชีวิต 
  • ถ้าสอบไม่ติดก็เสียใจ และรู้สึกว่าชีวิตสิ้นหวัง (T.T)
  • หรือถ้าสอบเข้าคณะที่คนคิดว่า “ดี” ก็คิดไปเองอีกว่า...
     ชีวิตนับต่อจากนี้ต้องรุ่งเรืองอย่างแน่นอน v(.)v
    สมัยก่อน “ด่าน” วัดความสำเร็จของชีวิตจะอยู่ ที่เฉพาะการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
   
    แต่ปัจจุบันนี้...ผู้ปกครองเพิ่ม “ด่าน” มากขึ้น ... 
  • เริ่มต้นจากระดับ “โรงเรียน” ตั้งแต่ระดับมัธยม ลงไปจนถึงอนุบาล (>.<)
  • อัดชุดความคิดเข้าหัวเด็กว่า...ถ้าเข้าโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้ได้ ต้องประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน !?
  • พอมาถึงระดับ “มหาวิทยาลัย”...เด็กก็เลยคิดแบบ “หยุดนิ่ง” ตามผู้ใหญ่ไปว่า...
    เมื่อเข้าคณะดีๆ มหาวิทยาลัยดังๆ ไปแล้ว ชีวิตก็ต้อง “ดี” แบบนี้ตลอดไป
    เค้าบอกว่านี่เป็น “แก้วน้ำ” ก็ต้องเป็น “แก้วน้ำ” ตลอดไป !!

    นั่นคือเหตุผลที่...
    
    เด็กวันนี้ต้องใช้เวลาไปกับการ “เรียนพิเศษ” มากกว่าในห้องเรียนปกติ ไม่มีเวลา "เล่น" หรือ สะสม "ชั่วโมงแห่งความสุข" ให้ชีวิตเท่าที่ควร จนกลายเป็น "ปม" เมื่อเด็กคนนั้นโตขึ้น!
    
    ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ มัก “ยึดมั่นถือมั่น” ว่า “โรงเรียน” หรือ “มหาวิทยาลัย” เป็น “ด่าน” วัดความสำเร็จ   แต่ลืมไปว่า...

    ชีวิตไม่ใช่ “เกมโชว์” ผ่านด่านนี้ไปก็ชนะในเกมเลย ชอบคิดแบบ “หยุดนิ่ง”

    เช่นเดียวกับ “เกรด” ในใบปริญญา...มีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากไม่รู้เลยว่า...
ตัวเลขของ “เกรด” มีค่าเพียงแค่ใช้ในการสมัครงาน พ้นจากวันนั้น “เกรด” ก็เป็นแค่ “ตัวเลข” ในใบปริญญา ...ไม่มีใครสนใจ   เพราะเมื่อเริ่มทำงานจริง..

     คุณค่าของเราจะอยู่ ที่การทำงาน ใครทำงานเก่งกว่ากัน ใครทำงานกับคนได้ดีกว่ากันฯลฯ หัวหน้างานไม่สนใจแล้วว่าใครเรียนจบมาด้วยเกรดเท่าไหร่   ...

    ที่สำคัญ ชีวิตของเราไม่ใช่ “เส้นตรง” แต่เป็น “ทางแยก” ที่ต้องเลือกเสมอ
ดุลพินิจในการใช้ชีวิตจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ “ชีวิต” ก็เหมือน “แก้วน้ำ” มันแปรเปลี่ยนไปเสมอ ไม่เคยหยุดนิ่ง

    “แก้วน้ำ” จะเป็นอะไร ขึ้นอยู่กับ “การใช้งาน” ...“ชีวิต” ก็เช่นกัน

    จะเป็นอะไร ก็ขึ้นอยู่กับ “การใช้ชีวิต” ที่สำคัญต้องอย่าลืมว่าทุกช่วงเวลาของชีวิตมีค่าเท่าเทียมกัน
    
    » ถ้าคนเรามีอายุ ๗๐ ปี » ๑๐ ปีก็คือ ๑ ใน ๗ ของชีวิต
  • ๑๐ ปีในวัยเด็ก ก็มีค่าเท่ากับ 
  • ๑๐ ปีในวัยหนุ่มสาว และ
  • เท่ากับ ๑๐ ปีในช่วงท้ายของชีวิต
    ไม่มีช่วงเวลาใดมีค่ามากกว่ากัน ดังนั้น...
    ใครสะสมห้วงเวลาแห่งความสุขได้มากกว่ากัน คนนั้นถือว่า “โชคดี”

    เวลาของ “ความสุข” ที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “วันพรุ่งนี้” แต่เป็น “วันนี้”...

Comments