Home2556‎ > ‎

ชีวิตและความสุข

การพัฒนาความสามารถ

โพสต์29 ม.ค. 2557 20:11โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 7 ก.พ. 2557 11:33 ]

ปัญหาการสื่อสารคืออุปสรรคหนึ่งของการพัฒนาความสามารถ
    ปัญหาการสื่อสารอาจเกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ เช่น การไม่เข้าใจภาษา ไม่เข้าใจนิยามของคำ เข้าใจไม่ถูกต้อง การเข้าใจผิด หรือจำมาแบบผิดๆ  
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ส่งผลนำไปสู่การกระทำที่ไม่ถูกต้องและเกิดผลกระทบในเรื่องการพัฒนาความสามารถตามไปด้วย

คิดวิเคราะห์แบบแยกส่วน  รู้สึกเข้าถึงและเข้าใจแบบบูรณาการ
    กินข้าวต้องกินทีละคำ ไม่ได้กินคำละจาน  หยุดกินเมื่อใจเรารู้สึกอิ่ม  ในทำนองเดียวกันความรู้สึกเข้าถึงและเข้าใจในสิ่งต่างๆ (เกิดปัญญา) ย่อมเกิดขึ้นมาจากการรู้จักและเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ ของสิ่งที่พิจารณาอย่างถ่องแท้เช่นเดียวกัน (คิดวิเคราะห์แบบแยกส่วน)

    จากรูปแสดงให้เห็นแนวคิดการพัฒนาความสามารถ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ ทัศนคติ  ความรู้ และทักษะ

คำที่ควรรู้จักและเข้าใจ
  • ทัศนะคติ (Attitude)        - ถ้าอยากรู้ว่าอะไรคือ "ทัศนคติ"  ให้ถามว่า Know Why?   ทำให้เข้าใจถึงสาเหตุและที่มาของการกระทำต่างๆ
  • ความรู้ (knowledge)       - ถ้าอยากรู้ว่าอะไรคือ "ความรู้"    ให้ถามว่า Know What?  รู้ว่ามีปัจจัยอะไรที่เกี่ยวข้อง?  ปัจจัยนั้นมีความสำคัญอย่างไร?
  • ทักษะ (skills)                - ถ้าอยากรู้ว่าอะไรคือ "ทักษะ"    ให้ถามว่า Know How?   รู้วิธีการแก้ปัญหาต่างๆ อย่างถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์หรือความต้องการ?
  • ความสามารถ (ability)     - เป็นผลที่เกิดมาจากการทำงานร่วมกันของทัศนคติ ความรู้และทักษะ ที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคน

สร้างสรรค์คุณค่าด้วยความทรงจำที่มี

โพสต์21 ก.พ. 2556 20:18โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 19 ม.ค. 2557 17:06 โดย สันติ จันทโชติ ]

สร้างสรรค์ คือ...
การนำความทรงจำที่มี มาสร้างให้เกิดคุณค่า

แม้เราอาจยังไม่รู้ว่า...ความทรงจำ เกิดขึ้นได้อย่างไร...แต่เรารู้ว่ามันมีอยู่!
แม้เราอาจยังไม่รู้ว่า...ความทรงจำ...จะอยู่ไปอีกระยะเวลานานแค่ไหน...แต่เรารู้ว่าเรายังมีความทรงจำบางส่วนอยู่!
แม้เราอาจยังไม่รู้ว่า...ความทรงจำ...ที่เป็นความจริงคืออะไร...แต่เรารู้ว่าความทรงจำที่เป็นความจริงก็ยังคงมีอยู่...

หากคุณไร้ซึ่งความทรงจำ...โอกาสสร้างสรรค์คุณค่าย่อมไม่มี
หากคุณมีความทรงจำเพียงน้อยนิด...การสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ย่อมน้อยตามไปด้วย

การศึกษาไทย...
เน้นการสร้างความทรงจำมากกว่าการฝึกฝนการนำความทรงจำมาสร้างให้เกิดคุณค่า

เรามีข้อมูลมากมาย เราใช้เครื่องมือมากมาย เพื่อนำความทรงจำเข้าสู่ตัวเรา ส่งความทรงจำที่เรามีไปยังผู้คนมากมาย แต่ความทรงจำเหล่านั้นได้ก่อเกิดคุณค่าอะไรได้บ้าง? 

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลและที่มาส่วนหนึ่งของ
- ทำไมเราจึงต้องเรียนรู้ชั่วชีวิต?
- ทำไมเราจึงต้องอ่านให้มาก? สาเหตุนี้จึงทำเมืองไทยเป็นเช่นทุกวันนี้
- ทำไม facebook จึงได้รับความนิยมอย่างมาก?

สิ่งที่สำคัญคือ วันนี้เรามีกระบวนการ กิจกรรมอะไรบ้าง ที่จะนำความทรงจำที่มีมาสร้างให้เกิดคุณค่า.....

เพื่อความสุข เพื่อความสงบ เพื่อการเติบโต เพื่อความมั่งคั่ง เพื่อการมีสุขภาพดี เพื่อทำให้ทุกสิ่งดีขึ้นทุกๆ วัน

ความคิดสร้างสรรค์ ประหยัดน้ำมัน


ตัวตนและคุณค่าชีวิต

โพสต์8 ก.พ. 2556 10:29โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 8 ก.พ. 2556 10:35 ]

    อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ... 

     เริ่มการสนทนาในชั้นเรียนด้วยการควักธนบัตรใบละ 1,000 บาท ...ออกมาให้นักศึกษาดู 

    แล้วถามว่า..."มีใครอยากได้บ้างไหม?"
    นักศึกษาทุกคนยกมือขึ้น

    อาจารย์ขยำธนบัตรนั้น จบยับยู้ยี่...
    แล้วถามอีกครั้งว่า "มีใครยังอยากได้ธนบัตรใบนี้อีกหรือไม่?"
    ทุกคนยังยกมือขึ้นเหมือนเดิม

     อาจารย์ถามต่ออีกว่า...
     "ถ้าสมมุติว่า ธนบัตรใบนี้ถูกทิ้งอยู่บนพื้น แล้วมีคนมาเหยียบย่ำจนสกปรก ยังจะมีใครอยากได้อีกหรือไม่?"
     นักศึกษาทุกคนตอบว่ายังอยากได้......

    อาจารย์จึงกล่าวสรุปว่า ...

    "นั่นคือสิ่งมีค่า ที่พวกเธอได้เรียนรู้ในวันนี้ ไม่ว่าจะเธอจะทำอะไรกับธนบัตรใบนี้ มันก็คงยังมีราคา 1,000 บาทเสมอ 

     ชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน บางครั้ง เราอาจจะถูกทอดทิ้ง ถูกใครต่อใครซ้ำเติม เหยียบย่ำ ถูกขยี้ ยับเยิน เพราะผิดพลาดในการก้าวเดินของชีวิต จนทำให้เธอเกิดความรู้สึกว่าตนเอง ไร้ค่า 

     แต่รู้ไหม?  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็ยังมี คุณค่าของความเป็นคน ไม่ว่าเธอจะสะอาดเอี่ยม หรือยับยู้ยี่ ...ตัวเรามีค่าที่สุดเสมอ จำไว้

ที่มา: ไพรัช สุริวงศ์..

ชีวิตกับแก้วน้ำ - วันนี้คือเวลาแห่งความสุข

โพสต์8 ก.พ. 2556 09:33โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 7 ก.พ. 2557 11:39 ]


“แก้วน้ำ” กลายเป็นอะไรได้มั่ง?  
    
    เคยฟัง “จิตร์ ตัณฑเสถียร” มือเก๋าของแวดวงโฆษณา พูดเปรียบเทียบเรื่อง “การยึดมั่นถือมั่น” ได้ดีมากๆ

เขายกตัวอย่างเรื่อง “แก้ว” ...
  • แก้วที่ว่างเปล่านั้น เมื่อใส่น้ำ มันก็เป็น “แก้วน้ำ” แต่...ถ้าเราเอาดอกไม้ปักลงไป มันก็จะเป็น “แจกัน”  และ
  • ถ้าแก้วใบนั้นใหญ่หน่อย เราเติมน้ำ และใส่ “ปลา” ลงไป “แก้วน้ำ” ก็จะกลายเป็น “ตู้ปลา”
  • และหากเราคว่ำ “แก้วน้ำ” เอาดินสอขีดรอบ แก้ว “แก้วน้ำ” จะกลายเป็น “วงเวียน”
“จิตร์” บอกว่า "คนเราอย่ายึดมั่นถือมั่น! อย่าคิดว่า “แก้วน้ำ” ต้องเป็น “แก้วน้ำ” ตลอดไป

    ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ไม่ได้หยุดนิ่ง มันแปรเปลี่ยนตาม “ตัวแปร” ต่างๆ เรานำไปใช้งานอย่างไรมันก็เป็นเช่นนั้น

    “ชีวิต” ก็เช่นกัน.... เหมือนนักเรียนมัธยมส่วนใหญ่ ที่เชื่อ & ยึดมั่นถือมั่นไปเองว่า...การสอบเข้า มหาวิทยาลัยคือทั้งหมดของชีวิต 
  • ถ้าสอบไม่ติดก็เสียใจ และรู้สึกว่าชีวิตสิ้นหวัง (T.T)
  • หรือถ้าสอบเข้าคณะที่คนคิดว่า “ดี” ก็คิดไปเองอีกว่า...
     ชีวิตนับต่อจากนี้ต้องรุ่งเรืองอย่างแน่นอน v(.)v
    สมัยก่อน “ด่าน” วัดความสำเร็จของชีวิตจะอยู่ ที่เฉพาะการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
   
    แต่ปัจจุบันนี้...ผู้ปกครองเพิ่ม “ด่าน” มากขึ้น ... 
  • เริ่มต้นจากระดับ “โรงเรียน” ตั้งแต่ระดับมัธยม ลงไปจนถึงอนุบาล (>.<)
  • อัดชุดความคิดเข้าหัวเด็กว่า...ถ้าเข้าโรงเรียนนั้น โรงเรียนนี้ได้ ต้องประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน !?
  • พอมาถึงระดับ “มหาวิทยาลัย”...เด็กก็เลยคิดแบบ “หยุดนิ่ง” ตามผู้ใหญ่ไปว่า...
    เมื่อเข้าคณะดีๆ มหาวิทยาลัยดังๆ ไปแล้ว ชีวิตก็ต้อง “ดี” แบบนี้ตลอดไป
    เค้าบอกว่านี่เป็น “แก้วน้ำ” ก็ต้องเป็น “แก้วน้ำ” ตลอดไป !!

    นั่นคือเหตุผลที่...
    
    เด็กวันนี้ต้องใช้เวลาไปกับการ “เรียนพิเศษ” มากกว่าในห้องเรียนปกติ ไม่มีเวลา "เล่น" หรือ สะสม "ชั่วโมงแห่งความสุข" ให้ชีวิตเท่าที่ควร จนกลายเป็น "ปม" เมื่อเด็กคนนั้นโตขึ้น!
    
    ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ มัก “ยึดมั่นถือมั่น” ว่า “โรงเรียน” หรือ “มหาวิทยาลัย” เป็น “ด่าน” วัดความสำเร็จ   แต่ลืมไปว่า...

    ชีวิตไม่ใช่ “เกมโชว์” ผ่านด่านนี้ไปก็ชนะในเกมเลย ชอบคิดแบบ “หยุดนิ่ง”

    เช่นเดียวกับ “เกรด” ในใบปริญญา...มีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากไม่รู้เลยว่า...
ตัวเลขของ “เกรด” มีค่าเพียงแค่ใช้ในการสมัครงาน พ้นจากวันนั้น “เกรด” ก็เป็นแค่ “ตัวเลข” ในใบปริญญา ...ไม่มีใครสนใจ   เพราะเมื่อเริ่มทำงานจริง..

     คุณค่าของเราจะอยู่ ที่การทำงาน ใครทำงานเก่งกว่ากัน ใครทำงานกับคนได้ดีกว่ากันฯลฯ หัวหน้างานไม่สนใจแล้วว่าใครเรียนจบมาด้วยเกรดเท่าไหร่   ...

    ที่สำคัญ ชีวิตของเราไม่ใช่ “เส้นตรง” แต่เป็น “ทางแยก” ที่ต้องเลือกเสมอ
ดุลพินิจในการใช้ชีวิตจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ “ชีวิต” ก็เหมือน “แก้วน้ำ” มันแปรเปลี่ยนไปเสมอ ไม่เคยหยุดนิ่ง

    “แก้วน้ำ” จะเป็นอะไร ขึ้นอยู่กับ “การใช้งาน” ...“ชีวิต” ก็เช่นกัน

    จะเป็นอะไร ก็ขึ้นอยู่กับ “การใช้ชีวิต” ที่สำคัญต้องอย่าลืมว่าทุกช่วงเวลาของชีวิตมีค่าเท่าเทียมกัน
    
    » ถ้าคนเรามีอายุ ๗๐ ปี » ๑๐ ปีก็คือ ๑ ใน ๗ ของชีวิต
  • ๑๐ ปีในวัยเด็ก ก็มีค่าเท่ากับ 
  • ๑๐ ปีในวัยหนุ่มสาว และ
  • เท่ากับ ๑๐ ปีในช่วงท้ายของชีวิต
    ไม่มีช่วงเวลาใดมีค่ามากกว่ากัน ดังนั้น...
    ใครสะสมห้วงเวลาแห่งความสุขได้มากกว่ากัน คนนั้นถือว่า “โชคดี”

    เวลาของ “ความสุข” ที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “วันพรุ่งนี้” แต่เป็น “วันนี้”...

คิด...เลือก...ทำ

โพสต์16 ม.ค. 2556 19:19โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 16 ม.ค. 2556 21:40 ]

    
นอนหรือตื่น  ง่ายหรือยาก   ดีหรือชั่ว   เติบโตหรือตาย 
     เมตตาหรือร้าย  ให้อภัยหรือเคียดแค้น  ปล่อยวางหรือยึดติด
     สร้างสรรค์หรือทำลาย  กำไรหรือขาดทุน   กระตือรือร้นหรือเฉื่อยชา  
     เก่งหรือโง่  แข็งหรืออ่อน   ชมหรือด่า    สดชื่นหรือเหี่ยวเฉา  
     รวยหรือจน   รางวัลหรือลงโทษ   ทำได้หรือทำไม่ได้  กล้าหรือกลัว 
     จริงหรือมั่ว  สุขหรือทุกข์   เปลี่ยนแปลงหรือหยุดนิ่ง...
   
      เริ่มต้นจากภายในตัวเรา...
      เป็นเรื่องของความคิด...(รู้ตัวให้ทัน)
      แล้วต้องตัดสินใจเลือก...(การเลือกไม่ตัดสินใจ คือ การเลือก)
      แล้วลงมือทำตามที่เลือกอย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน...
      (การตัดสินใจคือการลงมือทำครั้งแรก - ทำทันที)

     
มีความสุขได้ทันที...
      เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ...
      มีแต่ก้าวหน้าขึ้น เติบโตขึ้น ดีขึ้นทุกวัน...


     คิด..เลือก..ทำ...ต้องอย่าเพียงอ่านแล้วรู้ หรือแค่คิด หรือเพียงแต่เข้าใจ
     แต่จะต้อง...รู้สึก...เข้าถึงความรู้สึกของเราให้ได้...


     การตัดสินใจเลือก...หากรู้สึกว่ายาก..
     ก็เป็นเพราะความคิดของคนเรามักจะนำสัญญาเก่า...
     นำเอาความทรงจำเก่า มาเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้ง...
     พร้อมเหตุผลที่เกิดใหม่...
     ที่ส่วนใหญ่มักจะโน้มเอียงให้เป็นไปตามความเชื่อเดิมของเรา...
 
    สิ่งแรกคือต้องทำจิตให้นิ่ง เพื่อเตรียมพร้อม...
    เฝ้าดูความคิดที่มันเกิด...เพื่อตามมันให้ทัน...
    จับมัน ให้ได้...ก็เลือกได้ง่ายยิ่งขึ้น...
   
    ฝึกๆๆๆๆๆๆๆ  โดยต้องเริ่มต้นด้วย...
    คิดว่าง่ายๆๆๆๆๆๆๆ...
    เชื่อว่าเราทำได้ๆๆๆๆๆๆๆ...
    ทำไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....

    ก่อนนี้..โดยไม่ทันระวังตัว...คนเรามักทำตามสัญชาตญานตัวเอง...
   ทำตามจิตใต้สำนึกของเรา รู้สึกตัวไม่ทัน...
   จึงเชื่อว่ายาก...ชีวิตมันเลยยากไปหมดทุกเรื่อง...
   จึงเชื่อว่าทำไม่ได้  ... ชีวิตมันเลยทำไม่ได้สักเรื่อง...
   โดนสิ่งแวดล้อมพาไปอยู่กับเขา..ทำให้ตัวตนเราหายไป...
   ตอนนี้พลังเริ่มพื้นคืนมา แล้ว...ดีใจจริงเอ้ยดีใจจริง...



    หากสิ่งที่แย่คือ...
    พอเราตัดสินใจเลือกไม่ได้...
    ความรู้สึกคือ อึดอัด คับแค้นใจ อึมครึม ยิ่งทำให้คิดอะไรไม่ออก!!!

    เลือกแย่....มองเห็นแต่สิ่งที่แย่ (อดีต)
 
    พอเราตัดสินใจเลือกไม่ได้...(เลือกที่จะไม่ตัดสินใจ)....
    คือไม่ได้ลงมือกระทำทันที...

    ความรู้สึกคืออึดอัด คับแค้น....
    สัญญาเก่า ความทรงจำเก่า...มันเกิด ทำให้รู้สึกชอบหรือไม่ชอบ (ปรุงแต่ง)

    (ความคิดใหม่เกิดอีก) ยิ่งทำให้คิดอะไรไม่ออก....
   
     ไม่ได้เฝ้าดู...แต่เอาจิตเรา..เอาตัวเราเข้าไปยุ่งกับมัน
      มันก็เลยยุ่ง...และรู้สึกว่าทำไม่ได้
      (รู้สึกตัวแต่ไม่อุเบกขาพอ ต้องฝึกไปเรื่อยๆ มันจะดีขึ้น พัฒนาขึ้น..ใจเย็นๆ)

     คิด เลือก ทำ ... มันไม่เป็นไปตามลำดับ ก็คือ เป็นเรื่องปกติทั่วไป

     รู้ว่าเราเป็นใคร...รู้ว่าต้องการอะไร...
     รู้ว่าต้องทำอย่างไร...ทำต่อเนื่องกันไป


    แต่ถ้ามันกลับกัน...

    ทำต่อเนื่องกันไป ...เรียนรู้ว่าทำอย่างไร...
    แล้วถึง
รู้ว่าต้องการอะไร...สุดท้ายจึงรู้ว่า...เราเป็นใคร?

   (ถ้าไม่รู้ว่า...กำลังขับรถมุ่งสู่หน้าผา...ด้วยความเร็วสูง...จะเกิดอะไร?)

   ชีวิตระหว่างเดินทาง...
   ความสุขร
ะหว่างเดินทาง...
   เป้าหมายปลายทา
ง...มันย่อมต่างกัน?


   ส่วนตัว...เราคือใคร?
   ครอบครัว..เราคือใคร?
   ทำงาน...เราคือใคร?
 
   ชีวิตเลือกได้...
   ส่วนตัว ... ครอบครัว...ทำงาน...
   ดีที่สุดควรไปในแนวทางเดียวกัน...ไม่ขัดแย้งกัน?

   ความขัดแย้ง...ไม่มีทางทำให้คลื่นเรียบ...

   จะเลือกให้โลกชี้นำตัวเรา...หรือเราจะเป็นอย่างที่เราเลือกจะเป็น...?
 
   ถ้าส่วนตัวรู้เป้าหมายชัด...ความสุขเป็นที่ตั้งหรือวัตถุเป็นที่ตั้ง? ต้องเลือก
   ถ้าครอบครัวรู้เป้าหมายชัด...ความสุขเป็นที่ตั้งหรือวัตถุเป็นที่ตั้ง? ต้องเลือก
   ถ้าการงานรู้เป้าหมายชัด...ความสุขเป็นที่ตั้งหรือวัตถุเป็นที่ตั้ง? ต้องเลือก

   ความขัดแย้งมันอยู่ตรงไหน?
   วิธีการที่ทำ...มันแก้ไขความขัดแย้งได้ไหม?

   มันไม่ไปไหน? ก้าวหน้าไปข้างหน้า?
   ดีขึ้นหรือเปล่า? พัฒนาขึ้นหรือเปล่า?
   ที่จะทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายที่เราเลือกไว้?
   ก็ต้องคิดใหม่เพื่อหาวิธีการใหม่มาจัดการ...
   เพื่อทำให้มันสอดคล้องกัน...

เมื่อรู้สึกถึงความคิดและการเปลี่ยนแปลง

โพสต์13 ม.ค. 2556 16:26โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 13 ม.ค. 2556 17:42 ]

    ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก  มันในอยู่ในตัวเราทุกคน ถ้าเราไม่มีภาษา ไม่มีตัวหนังสือ หรือที่ ณ จุดเริ่มต้นของชีวิต ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก มันคือสิ่งเดียวกัน แต่การแยกออกมานั้นช่วยทำให้เราศึกษาเรียนรู้จักตัวเราได้ดียิ่งขึ้น

    บทความนี้มันเริ่มต้นมาจากเกิดความรู้สึกว่า...
    "การเปลี่ยนแปลงทำได้ทันที เกิดขึ้นได้ทันที แต่ผลของเปลี่ยนแปลงอาจต้องใช้เวลา"


    ตัวอย่างที่ใกล้ตัวเราที่สุด คือ ความคิดของเรา?
    ความคิดของเรามันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา...?
  • เพราะความคิด มันเปลี่ยนอยู่ตลอด
  • แล้วอะไรละ? ที่ทำให้ความคิดเปลี่ยน
  • ตา หู จมูก ลิ้น กายสัมผัส หรือสิ่งที่เรารับเข้ามาทำให้มันเปลี่ยน
  • ถ้าปิดตา ปิดหู ปิดจมูก ... ความคิดมันก็ยังเปลี่ยน ...มันเกิดขึ้นเอง
  • เมื่อความคิดมันเปลี่ยนตลอด...แสดงว่าภายในตัวเรามีการเปลี่ยนแปลงและ
    มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด หัวใจเต้น เลือดไหลในตัว หายใจเข้าออก
  • เมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น โอกาสใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นทันทีจากการเปลี่ยนแปลง
  • ชัดเจนว่าด้วยมุมมองแบบนี้....ชีวิตคือโอกาส  
  • เรามีโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้นในชีวิตของเราตลอดเวลาโดยพื้นฐานอยู่แล้ว
    "ไม่คิด ไม่เครียด ปล่อยวาง (อุเบกขา) คือ ช่วงเวลาที่ดีที่สุด ฝึกบ่อยๆ รู้สึกตัวตลอดเวลา"

    การเลือกที่จะไม่เปลี่ยนแปลง คือ การฝืนกฎธรรมชาติ มีแนวโน้มสูงที่จะแย่ลง มากกว่าดีขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา 
    เปรียบเหมือนกับน้ำนิ่งไม่ไหล ยุงชอบมาไข่ สุดท้ายก็มีแนวโน้มกลายเป็นน้ำเสียมากขึ้น ต่างกับน้ำใส ที่ไหล เย็น เห็นตัวปลา มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แถมปลายังชอบอีกด้วยที่ได้ออกกำลังกาย ด้วยการว่ายทวนน้ำ ทำให้ชีวิตแข็งแรงขึ้น แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
  • เฝ้าดูความคิด คือ เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลง
  • ความคิดที่เกิดซ้ำบ่อยๆ กลายเป็นความเชื่อ!
  • โอกาสในชีวิตของเราคือการที่เราสามารถตัดสินใจเลือกสิ่งที่เราคิดได้!!
  • เลือกความคิดที่ทำให้เราดีขึ้นได้ สุขภาพดีขึ้น รวยขึ้น มีความสุขมากขึ้น
    เลือกความคิดที่ทำให้เราแย่ลงได้ สุขภาพแย่ลง ยากจนลง มีความทุกข์มากขึ้น
    ถ้าคุณเลือกได้...คุณจะเลือกอะไร?

 

     ดูภาพน้ำทะเลนิ่ง ทำจิตใจให้นิ่ง ไม่คิด การคิดใดๆ เหมือนการไปกวนจิต ทำให้เกิดคลื่น  
    จิตใจที่สงบเย็น จะทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของความคิดได้ดียิ่งขึ้น 
  • จงเฝ้าดู แต่อย่าเข้าไปยุ่ง 
  • ปรับจิตให้สงบ ปล่อยวาง เบาสบาย ไม่คิด
  ยามจิตนิ่ง เราจะรู้จักตัวเราได้ดียิ่งขึ้น!


     เมื่อคลื่นหลายคลื่นรวมตัวกัน ทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้นไม่สามารถแยกแยะหรือแบ่งแยกออกว่าเกิดมาจากคลื่นอะไรบ้างที่มารวมตัวกัน
     ความคิดที่เกิดจากจิตที่ไม่นิ่ง มีลักษณะคล้ายกับคลื่นลูกใหญ่ จากหลายความคิดที่มารวมตัวอยู่ด้วยกัน
  • ความคิด ยามจิตไม่นิ่ง มักจะรุนแรง
  • ความคิด ยามจิตไม่นิ่ง พลังทำลายสูง
  • ความคิด ยามจิตไม่นิ่ง หยุดยาก
  • รู้ตัว เฝ้าดู แล้วมันจะนิ่งไปเอง....

เฝ้าดูความคิด..รู้สึกตัวทุกขณะ

โพสต์7 ม.ค. 2556 15:48โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 7 ม.ค. 2556 18:47 ]

เริ่มต้นจากความว่าง...สิ้นสุดที่ความว่าง
   ความว่าง คือ ไม่มีอะไร?  ความว่าง คือ ปล่อยวาง?.... ความว่าง คือ ว่าง?

    ชีวิตเริ่มต้นจากความว่าง การมีชีวิต การใช้ชีวิต ทำให้เกิดความไม่ว่าง  และสุดท้ายชีวิตก็จบลงที่กลับมาเป็นความว่างอีกครั้ง

    การติดยึดหรือยึดติดของจิตใจกับความไม่ว่าง ทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลาเพื่อทำให้ไม่ว่าง หากไม่มองจุดหมายปลายทางที่ความว่าง...ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าเราจะทำอะไร? ทำอย่างไร? ทุกสิ่งก็ต้องจบลงที่ความว่างเสมอ?...นี่คือความจริงแท้ของธรรมชาติ 

    ความว่าง ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์  ไม่มีดีใจ ไม่มีเสียใจ ไม่มีโกรธ ไม่มีหลง ความว่าง เป็นอมตะนิรันดร์ ไร้ซึ่งกาลเวลา ไม่มีอดีต ไม่มีปัจจุบัน ไม่มีอนาคต 

ทุกสิ่งคือหนึ่งเดียว ... ไม่จำกัดมุมมอง

   เพราะเราคือธรรมชาติ ธรรมชาติคือเรา ในความหลากหลายที่เราสามารถรับรู้ได้ ก็ยังมีสิ่งที่เราไม่รู้อีกตั้งมากมายที่เราไม่อาจหรือไม่สามารถจะรับรู้ได้ และ ยังมีอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะที่เราไม่รู้ว่า เราไม่รู้

    การติดยึดกับความเชื่อส่วนตัวจากประสบการณ์ชีวิตทั้งหมด มักจะนำเราไปสู่สิ่งใดหนึ่่งที่เราเชื่อว่าถูกต้องหรือต้องเป็นไปตามนั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งเมื่อเวลาเปลี่ยนไประยะหนึ่ง ความเชื่อที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจเปลี่ยนไปก็เป็นได้

    ชีวิตคือมุมมอง มุมมองคือชีวิต ชีวิตของเราจะเป็นเช่นไรมันขึ้นอยู่กับตัวเราว่าเรามองสิ่งต่างๆ รอบตัวเราที่เรารับรู้ หรือคิดได้ ด้วยมุมมองแบบไหน มองดีก็ดี มองเลวก็เลว หรือเป็นไปตามคำกล่าวที่ว่า ในดีมีเลว ในเลวมีดี  

เริ่มจากง่าย ... ไปสู่ ... ง่าย

    "ในง่ายมียาก ในยากมีง่าย..ทุกอย่างมันง่าย"  ทุกอย่างมันจะยาก เมื่อเริ่มต้นเราคิดว่ามันยาก แต่ทุกอย่างมันจะง่าย เมื่อเริ่มต้นเราคิดว่ามันง่าย 

    ทุกสิ่งที่ท่านพิจารณาแล้วว่า...มีจำนวนมาก ก็ทำให้มันง่ายเสียด้วยการแบ่งให้มีจำนวนน้อยลงๆ จนอยู่ในระดับที่จัดการได้ง่าย มันก็กลายเป็นง่าย

    ทุกสิ่งที่ท่านพิจารณาแล้วว่า...ต้องใช้เวลามาก ...ก็ทำให้มันง่ายด้วยการทำเท่าที่ทำได้ไม่ต้องไปเร่งมันมาก ค่อยๆ ทำไป เอาเวลาที่ต้องรอคอย ไปทำสิ่งอื่นก่อน แล้วค่อยกลับมาทำใหม่เพราะการทำบางสิ่งมันต้องอาศัยเวลา และค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป


ข้อคิดปลุกจิต...ปลุกชีวิตให้มีพลัง
(วิธีใช้: อ่านวันละ 3 เวลา หรือ ทุกครั้งที่รู้สึกไร้พลัง)
  • ผู้ที่กำชัยชนะ คือ ผู้ที่ทำงาน
  • วันนี้เป็นวันแรกของชีวิตส่วนที่เหลือของคุณ
  • เมื่อคุณคิดว่าทำได้ คุณก็ทำได้
  • คิดจะก้าวหน้า จงพัฒนาความคิด
  • อยากเป็นคนกระตือรือร้น จงทำตัวให้กระตือรือร้น
  • อย่าผัดผ่อน ความสำเร็จ จงพุ่งไปข้างหน้า
  • ชีวิตมิใช่สิ่่งเสมอภาค แต่คนที่ประสบความสำเร็จ ทำดีที่สุดในสิ่งที่เขามีอยู่
  • ใช้วันนี้ด้วยความฉลาดรอบคอบ แล้วพรุ่งนี้จะดูแลตัวมันเอง
  • หากคุณไม่คิดเลิกรา คุณยังไม่พ่ายแพ้
  • การตัดสินใจเปรียบดังมีดคม ที่ตัดได้เฉียบและตรง
    การไม่ตัดสินใจคือมีดทื่อ ซึ่งตัดไม่ขาดและทิ้งเศษรุ่งริ่งไว้
  • โอกาสไม่มาเคาะประตูบ้านใครหรอก
    คุณต่างหากที่ต้องไปเคาะประตูแห่งโอกาสที่อยู่รายล้อมตัวคุณ
  • การจุดเทียนหนึ่งเล่ม ดีกว่าการสาปแช่งความมืดมิด
  • พลังความสามารถจะมีประสิทธิผล ก็ต่อเมื่อใช้ให้มากครั้ง
  • ส่วนมากรู้ ส่วนน้อยทำ
  • จงปฏิบัติต่อผู้อื่น ดังที่ต้องการให้เขาปฏิบัติต่อท่าน
    อย่ากระทำต่อผู้อื่นในสิ่งที่ท่านไม่ต้องการให้เขากระทำต่อท่าน
  • เริ่มแรกเราเป็นผู้สร้างนิสัยขึ้น แต่หลังจากนั้นนิสัยเป็นผู้กำหนดตัวเรา
  • อย่ากลัวที่จะก้าวกระโดดครั้งยิ่งใหญ่
    เพราะคุณไม่สามารถกระโดดข้ามเหวด้วยก้าวเล็กๆ เพียง 2 ก้าวแน่ๆ
  • เคล็ดลับความสำเร็จ คือ การทำสิ่ง ธรรมดา ให้ดีอย่าง ไม่ธรรมดา
  • ความสำเร็จไม่ใช่สิ่งบังเอิญ หากเป็นผลพวงจากความพยายามที่วางแผนไว้
  • มนุษย์ชาติเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตได้ ก็ด้วยการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ
    แห่งจิตใจของตนเอง
  • ขวานเล่มน้อย เมื่อฟันมากครั้ง ต้นโอ๊คสุดแกร่งก็ยังล้มได้
  • ราคาที่แท้จริงของสรรพสิ่ง คือ การทุ่มเทเพื่อให้ได้มา
  • เมื่อคุณมีเท้าเพียง 2 ข้าง ทำอย่างไรให้มันก้าวไปข้างหน้าอย่างดีที่สุด
  • ผู้กล้ามิได้กล้าหาญกว่าคนธรรมดาสามัญ
    หากแต่กล้าหาญได้นานกว่าผู้อื่น 5 นาที
  • ผู้มีสุขภาพดีมีความหวัง ผู้เปี่ยมด้วยความหวังย่อมมีทุกสิ่งได้
  • ชีวิตของยอดคนทั้งหลายเป็นอนุสรณ์ เตือนใจว่า ชีวิตเราก็สูงส่งได้
    และเมื่อจากไป..ก็สมควรประทับรอยเท้าไว้เหนือพื้นทรายแห่งกาลเวลา
  • เมื่อได้รับสิ่งดี จงอย่าลืมเลือน เมื่อได้เป็นผู้ให้ ก็มิควรจดจำ
  • เราจะมีธุระยุ่งแค่ไหนไม่สำคัญ ปัญหาอยู่ที่ว่า เรายุ่งไปกับเรื่องอะไร
  • ปัญหาคือโอกาสให้เราได้ทำอย่างดีที่สุด
  • นิสัยเริ่มแรกเป็นดั่งใยแมงมุม แล้วกลับกลายเป็นดังสายเคเบิ้ล
  • ไม่สำคัญว่าเราจะอายุเท่าไร สำคัญที่อยู่อย่างไรต่างหาก
  • เหลียวไปข้างหลังเพื่อเรียนรู้ชีวิต แลไปข้างหน้าเพื่อดำรงชีวิต
  • ทุกๆ วันคือโอกาสแห่งการเริ่มต้นใหม่ทั้งสิ้น

คุณทำได้..ถ้าคุณคิดว่าคุณทำได้

โพสต์6 ม.ค. 2556 23:22โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 6 ม.ค. 2556 23:33 ]

ถ้าคิดว่าคุณแพ้ คุณแพ้
   ถ้าคิดว่าคุณไม่กล้า  คุณไม่กล้า
ถ้าคุณต้องการชัยชนะ แต่คุณคิดว่าทำไม่ได้
   มันเกือบจะแน่นอนว่าคุณจะทำไม่ได้
ถ้าคุณคิดว่าคุณจะแพ้  คุณก็แพ้
   ทุกๆ สรรพสิ่งในโลกนี้  เราพบว่า
ความสำเร็จเริ่มต้นจากเจตจำนงของตน
   มันทั้งหมดขึ้นอยู่กับสภาวะของจิตใจ
ถ้าคุณคิดว่าคุณเหนือชั้น คุณเหนือชั้น
   คุณจำเป็นต้องคิดสูง เพื่อก้าวขึ้นไป
คุณต้องแน่ใจในตัวเองก่อน
   คุณจึงจะได้มาซึ่งรางวัล
การต่อสู้ของชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับ
   ผู้ซึ่งแข็งแรงกว่าหรือเร็วกว่า
เพราะไม่ว่าช้าหรือเร็ว คนที่ชนะ
คือคนที่คิดว่าเขาทำได้!!!

1-8 of 8