มุมมองการจัดกลุ่มนักลงทุน (ฉบับร่าง)

โพสต์15 ม.ค. 2556 20:24โดยสันติ จันทโชติ   [ อัปเดต 22 ม.ค. 2556 17:56 ]
    "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"  การกำหนดบทบาทของเราที่ชัดเจนในฐานะของนักลงทุน จะช่วยให้เราเลือกหุ้นที่จะลงทุนได้เหมาะสม เหมือนสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่หลวมเกินไป หรือไม่คับจนเกินไป ผู้สวมใส่ก็สบายตัว  ในมุมมองการลงทุน ก็สบายใจ ไม่เครียด ... 


วัตถุประสงค์:
  • ทำให้เห็นภาพรวมแนวคิดและมุมมองบทบาทนักลงทุนหลากหลายด้าน
  • เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

นักลงทุน 2 ประเภท
  1. นักเก็งกำไร
  2. นักลงทุน
ถ้าคุณซื้อหุ้นเพราะหวังว่า ราคาหุ้นจะขึ้นและขายเพื่อทำกำไรจากส่วนต่าง คุณเป็นนักเก็งกำไร
ถ้าคุณซื้อหุ้นแล้วรอรับเงินปันผล พร้อมกับได้กระแสเงินสดแฝงนั้นแสดงว่า คุณเป็นนักลงทุน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

นักลงทุน 3 ประเภท (ไม่เป็นทางการ)
    แบ่งตามความรู้ ความโลภ และ เครื่องมือที่ใช้
  1. แมงเม่าหุ้น
  2. มนุษย์หุ้น
  3. เซียนหุ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม:



นักลงทุน 4 ประเภท
  1. นักลงทุนหุ้นปั่น
  2. นักลงทุนหุ้นพื้นฐาน แบบสวนตลาด (Contrarian Value Investor)
  3. นักลงทุนหุ้นพื้นฐาน แบบตามตลาด (Bullish Value Investor)
  4. นักลงทุนหุ้นพื้นฐาน แบบชั่วคราว (Temporal Value Investor)

"...พวกที่คิดว่าเข้าใจตลาดดี จึงเข้าไปซื้อขายทุกครั้งที่มีความเคลื่อนไหวของราคา สุดท้ายมักเป็นฝ่ายปราชัย เนื่องจากไม่สามารถควบคุมจิตใจให้เป็นกลางได้ ไม่ฉิบหายเพราะความโลภก็ต้องย่อยยับเพราะความกลัว..."

"... หากทว่า การไม่หวั่นไหว ก็อาจกลายเป็นผลร้ายได้ เมื่อพื้นฐานธุรกิจของหุ้นที่เราเคยคิดว่าดี มีความเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เมื่อถึงเวลานั้นการตัดสินใจขายหุ้นออกไปก็จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นขึ้นมา แม้ว่าจะต้องขาดทุนและเจ็บช้ำบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของการลงทุน..."

ข้อคิดเตือนใจ:

"การลงทุนที่ดี ไม่เคยเกิดขึ้นจากความโลภที่เกินขอบเขต โดยเฉพาะนักลงทุนระดับ Buffett ที่เป็นตำนานอันดับหนึ่งของวงการลงทุน ก็มีผลตอบแทนเฉลี่ยไม่เกิน 40 เปอร์เซนต์ต่อปี ดังนั้น หากปีใดเราทำกำไรได้เกิน 40 เปอร์เซนต์ก็อย่าพึ่งลำพองใจ ให้เตรียมสติไว้รับมือกับปีที่เลวร้ายบ้าง

ไม่มีใครเป็นผู้ชนะตลอดกาล แต่คนที่ยึดติดกับชัยชนะในอดีตของตน ย่อมทำให้จิตใจยึดติด ไม่เปิดกว้างต่อความจริงแบบใหม่ ในที่สุดก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ย่อยยับ

สิ่งสำคัญที่ทำให้ Buffett เป็นอภิมหาเศรษฐีมากกว่านักลงทุนที่ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ดีกว่า จึงไม่ใช่ฝีมือในการลงทุน หากทว่าเป็นความล้ำเลิศในการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวกับการลงทุน แม้ว่าจะทำกำไรจากการลงทุนได้เพียง 40 เปอร์เซนต์ต่อปี แต่เนื่องจากฐานเงินลงทุนที่ระดมมาได้จากหลากหลายกลยุทธ์มีขนาดที่มหาศาลกว่านักลงทุนคนอื่นหลายร้อยเท่า จึงทำให้ Buffett ได้รับชัยชนะไปในท้ายที่สุด"

ข้อมูลเพิ่มเติม:

Comments